สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก เสริมเขี้ยวสมาชิกจัดอบรม“การจัดการเพื่อผลิตนมคุณภาพดี”ยกระดับฟาร์มยุคใหม่รองรับความต้องการของคู่ค้าแบรนด์ชั้นนำ พร้อมสร้างรายได้และความยั่งยืนให้สมาชิกสหกรณ์
นายปภณภพ เฉลิมกลิ่น ผู้จัดการสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด จังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนมไทยสู่ความยั่งยืน โดยเตรียมจัดโครงการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบประจำปี 2569 อบรมเรื่อง “การจัดการเพื่อผลิตนมคุณภาพดี" เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการผลิตน้ำนมดิบของสมาชิกสหกรณ์ให้มีคุณภาพสูง สะอาด และปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นี้
การจัดอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการจัดการฟาร์มยุคใหม่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงและเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเนื้อหาหลักจะมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
เริ่มต้นจาก "การจัดการฟาร์มอย่างถูกสุขลักษณะ" เพื่อเรียนรู้วิธีการดูแลสุขอนามัยภายในโรงเรือนและการจัดการระบบความเป็นอยู่ของแม่โคอย่างเหมาะสมในการป้องกันโรคระบาดและลดการปนเปื้อนในน้ำนม ต่อเนื่องด้วย "การจัดการอาหารโคนมเชิงคุณภาพ" เจาะลึกการคำนวณและผสมสูตรอาหารที่ตอบโจทย์ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการในน้ำนมดิบให้สูงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึง "กระบวนการรีดนมที่ได้มาตรฐาน" แนะนำขั้นตอนการทำความสะอาดเต้านมอย่างถูกวิธี รวมถึงการดูแลและบำรุงรักษาระบบเครื่องรีดนมให้สะอาดปลอดภัย เพื่อป้องกันปัญหาเต้านมอักเสบในแม่โค และปิดท้ายด้วย "เทคโนโลยีการเก็บรักษาน้ำนมดิบ" ทำความเข้าใจระบบการลดอุณหภูมิน้ำนมดิบทันทีหลังการรีด เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
รักษาความสดใหม่ของน้ำนมให้คงอยู่ยาวนานที่สุดก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค ซึ่งโครงการอบรมดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้แก่เกษตรกรสมาชิกเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่าน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมมวกเหล็กเป็นน้ำนมที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานอย่างแท้จริง อีกทั้งยังช่วยขับเคลื่อนอาชีพพระราชทานนี้ให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป
ผู้จัดการสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด ยังกล่าวถึงกระบวนการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกสหกรณ์ ในปัจจุบันว่า ได้เปลี่ยนผ่านจากการเลี้ยงแบบไม่ได้มาตรฐานในอดีต สู่การบริหารจัดการฟาร์มเชิงวิชาการอย่างเต็มรูปแบบ โดยสหกรณ์ฯ ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ สหกรณ์ฯ ยังมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมที่คอยติดตามดูแลฟาร์มในทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดวางระบบการเก็บตัวอย่างน้ำนมตรวจสอบทุกมื้อที่ส่ง เพื่อวิเคราะห์ผลและเข้าแก้ไขปัญหาในฟาร์มได้ทันที หากพบค่ามาตรฐานที่คลาดเคลื่อนในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต สหกรณ์ฯ ได้ยกระดับเครื่องมือตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำนมให้มี ความพร้อมและทันสมัยมากกว่าในอดีต
โดยสามารถตรวจวัดค่าได้หลากหลายรูปแบบและมีความเข้มงวดมากขึ้น ตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ สารตกค้างในอาหารสัตว์ หรือยาฆ่าแมลง เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบต้นทางจากฟาร์มของสมาชิกมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต ซึ่งการปรับตัวในครั้งนี้นับว่าสอดรับกับความต้องการของตลาดผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานวัตถุดิบเป็นอันดับหนึ่ง
นายปภณภพ กล่าวอีกว่า สถานการณ์การตลาดน้ำนมดิบในปัจจุบัน แม้จะมีปัจจัยภายนอกที่ทำให้ตลาดหดตัวลง ไม่ว่าจะเป็นภาวะสงครามที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หรือจำนวนเด็กในโครงการนมโรงเรียนที่ลดลงจากเดิม 7-8 ล้านคน เหลือเพียง 6 ล้านคน ตามอัตราการเกิดของประชากรที่น้อยลง
ทางสหกรณ์ฯ ยังคงมุ่งมั่นรักษามาตรฐานคุณภาพน้ำนมที่รวบรวมจากสมาชิก วันละกว่า 70 ตัน โดยน้ำนมเหล่านี้จะถูกจัดสรรเข้าสู่โครงการนมโรงเรียนตามโควตา ประมาณ 28 ตัน ส่วนที่เหลือจะส่งจำหน่ายให้แก่บริษัทอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ อาทิ ซีพี-เมจิ (CP-Meiji), อายิโนะโมะโต๊ะ (ผู้นำแบรนด์เบอร์ดี้), ดาน่อน (ผู้ผลิตนมผง S-26) รวมถึงโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ซึ่งล้วนเป็นคู่ค้าสำคัญที่ให้ความสำคัญกับน้ำนมดิบคุณภาพสูงทั้งสิ้น
นอกจากการจำหน่ายน้ำนมดิบในรูปแบบวัตถุดิบแล้ว สหกรณ์ฯ ยังได้ขยายโอกาสทางธุรกิจด้วยการนำน้ำนมส่วนเกินมาสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรซ์รสจืด และรสหวาน เพื่อจำหน่ายภายในจังหวัด รวมถึงการนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเบเกอรี่สูตรเฉพาะของสหกรณ์ฯ สำหรับวางจำหน่ายที่หน้าร้านและส่งให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในโซนอำเภอมวกเหล็ก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการฝูงโค โดยแนะนำให้เกษตรกรคัดเลือกเฉพาะแม่โคที่มีคุณภาพน้ำนมดีไว้ในระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ดียิ่งขึ้น
อยากฝากสมาชิกสหกรณ์ร่วมใจกันพัฒนาคุณภาพน้ำนมตั้งแต่ต้นทางในฟาร์ม เพราะในโลกธุรกิจปัจจุบัน น้ำนมที่มีคุณภาพสูงอย่างไรก็สามารถขายได้และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างแน่นอน โดยสหกรณ์ฯ พร้อมเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมปศุสัตว์ เพื่อยกระดับอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดและการกำจัดน้ำนมที่ไม่ได้มาตรฐานทิ้งทันทีหากตรวจพบสารปนเปื้อน คือสิ่งที่สหกรณ์ฯ ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด เพื่อการันตีความเชื่องมั่นและส่งมอบความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคในน้ำนมทุกหยด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น