ฝนหลวงย้ำขึ้นบินแก้น้ำขาดแคลน

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แจงถูกกล่าวหาทำฝนหลวงขณะฝนตกหนัก ไม่จริงยืนยันยึดพื้นที่เกษตรกรรมร้องขอที่ขาดแคลนน้ำ เป็นหลักย้ำก่อนปฎิบัติการทุกครั้ง ตรวจสอบรอบด้าน

นายศรัญญู พูนลาภ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ชี้แจงถึงจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าว ว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรดำเนินการปฏิบัติการทำฝนหลวง ในขณะที่ปัจจุบันมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศนั้น ว่า แม้ภาพรวมสังคมจะเห็นว่าในหลายพื้นที่มีฝนตกหนัก แต่ในความเป็นจริงนั้น ฝนไม่ได้ตกอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ ยังคงมีพื้นที่เกษตรกรรมและหมู่บ้านอีกหลายแห่งที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ และมีการส่งคำร้องขอฝนเข้ามายังกรมฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้กรมฯ ยังจำเป็นต้องขึ้นปฏิบัติการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามคำร้องขอของเกษตรกร 

ทั้งนี้จากกรณีการปฏิบัติการฝนหลวงในวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ปฏิบัติการทำฝนหลวงที่ อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ตามคำร้องขอของประชาชน และเกษตรกร ภายหลังการปฏิบัติ ได้มีการประเมินผลพบว่า กลุ่มเมฆได้เคลื่อนไปตกในพื้นที่อำเภอข้างเคียงและไม่ใช่พื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม ที่สำคัญคือ เส้นทางน้ำไหลจากฝนกลุ่มดังกล่าวนั้น ไม่ได้เดินทางหรือเชื่อมโยงไปยังจุดที่มีการร้องเรียนว่าเกิดน้ำท่วมแต่อย่างใด ซึ่งจากกระแสข่าวเป็นการมองภาพรวมระดับจังหวัด โดยขาดการพิจารณารายละเอียดในระดับอำเภอหรือตำบลว่าฝนตกในจุดใด

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของพื้นที่เป้าหมายหลักที่ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ จังหวัดชัยภูมิ, นครราชสีมา (โคราช) ส่วนบน, ขอนแก่น ส่วนล่าง จนถึง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด และแถบรอยต่อทุ่งกุลาร้องไห้ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะติดตามสถานการณ์สภาพอากาศผ่านระบบเรดาร์ตลอด 24 ชั่วโมง และข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์อย่างรอบด้าน รวมถึงบูรณาการข้อมูลเชิงพื้นที่ร่วมกับอาสาสมัครฝนหลวง ก่อนตัดสินใจในการปฏิบัติการทุกครั้ง เพื่อบรรเทาปัญหาความขาดแคลนด้านน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์

ความคิดเห็น